คิดเสียว่า..ให้ทาน
ถ้ากล่าวถึงการทำบุญในพระพุทธศาสนาคงหนีไม่พ้นการกล่าวถึงการให้ทาน รักษาศีล และการเจริญภาวนา การให้ทานนั้นมีเจตนาเป็นที่ตั้ง สำเร็จลงที่เจตนา เมื่อบุคคลจะให้ทานควรถึงพร้อมด้วยเจตนา ๓ ประการ โดยแบ่งตามกาล ดังนี้
วันแม่ปีนี้ พบกันที่ วัดป่าอริโซน่า
วัดป่าอริโซน่า ร่วมกับสมาคมไทยแห่งรัฐอริโซน่า ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ปวงชนทุกหมู่เหล่า ร่วมงานทำบุญวันแม่แห่งชาติ ณ วัดป่าอริโซน่า มารดา หรือแม่ คือผู้ให้กำเนิดบุตรธิดา ท่านเป็นผู้ให้การเลี้ยงดูเรามาจนเติบใหญ่ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น พระพุทธเจ้าทรงตรัสยกย่องมารดาผู้ให้กำเนิดบุตรธิดาว่า “มารดาบิดาเป็นเหมือนดั่งพระอรหันต์ เป็นพรหม เป็นบุรพาจารย์ เป็นที่นับถือของบุตร และเป็นผู้อนุเคราะห์บุตร ผู้ใดเลี้ยงมารดาบิดาโดยชอบธรรม บัณฑิตย่อมสรรเสริญผู้นั้นในโลกนี้ เมื่อเขาละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์” เนื่องด้วยวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วัดป่าอริโซน่า ร่วมกับสมาคมไทยแห่งรัฐอริโซน่า จึงได้จัดให้มีกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
การสังคายนา พระธรรมวินัยการสังคายนา
ปัญหาอนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโททบทวนอนุพุทธประวัติ ๑. อนุพุทธบุคคล คือใคร ? (พระสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ที่ได้ตรัสรู้ตาม)
ปัญหาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรีปัญหาพุทธประวัติ ๑. ชมพูทวีปได้แก่ประเทศอะไรในปัจจุบัน ? (อินเดีย,เนปาล,ปากีสถาน,อัฟกานิสถาน,บังกลาเทศ, ศรีลังกา)
หลักสูตรนักธรรมนับแต่ได้มีการตั้งหลักสูตรนักธรรมขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๕ หลักสูตรได้มีการปรับปรุงเรื่อยมาเป็นระยะ ทั้งในด้านเนื้อหาวิชาและตำราที่ใช้เป็นหลักสูตรหรือแบบเรียนในชั้นนั้นๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้สอบนักธรรมได้ในชั้นนั้นๆ มีความรู้สมกับภูมิ เพราะวัตถุประสงค์สำคัญในการที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงพระดำริจัดตั้งการศึกษานักธรรมขึ้นนั้น ก็เพื่อให้ภิกษุสามเณรมีความรู้ธรรมวินัยสมกับภูมิของตน กล่าวคือ
ประวัตินักธรรมโดยสังเขปการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม หรือที่เรียกกันว่า นักธรรม เกิดขึ้นตามพระดำริของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นการศึกษาพระธรรมวินัยในภาษาไทย เพื่อให้ภิกษุสามเณรผู้เป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาสามารถศึกษาพระธรรมวินัยได้สะดวกและทั่วถึง อันจะเป็นพื้นฐานนำไปสู่สัมมาปฏิบัติ ตลอดจนเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กว้างไกลออกไป
ประโยคโบราณ ในพระธัมมปทัฏฐกถาภาคที่ ๑ มี ๑๕ ประโยค ๑. ?ไหว้ครู? ปณามคาถา (หน้า ๑-๒) ๒. ?อิตฺถีสทฺโท? สามเณโร เถรํ ยฏฺฐิโกฏิยา ฯเปฯ คจฺฉาม ภนฺเตติ. (จกฺขุปาลตฺเถรวตฺตุ หน้า ๑๔-๑๗) ๓. ?กงเกวียน-กำเกวียน? ตตฺถ มโนติ กามาวจรกุสลาทิเภทํ ฯเปฯ จกฺขุปาลตฺเถรวตฺตุ (หน้า ๒๐-๒๒) ๔. ?อิตินาคพาธ? โสวณฺณมโย ปภสฺสโร ฯเปฯ สหพฺยตํ ปตฺโตติ. (มฏฺฐกุณฺฑลิวตฺถุ หน้า ๒๖-๒๙) ๕. ?กาโกโลกนัย-โลกมืด? นาครา อรุเณ อนุคฺคจฺฉนฺเต ฯเปฯ ติสฺสตฺเถรวตฺถุ. (หน้า ๓๙-๔๒) ๖. ?ยักษิณีส่งน้ำ? ตทา สา ยกฺขินี ฯเปฯ อคฺคยาคุภตฺเตหิ ปฏิชคฺคิ. (กาลียกฺนิยา อุปฺปตฺติวตฺถุ หน้า ๔๕-๔๘) ๗. ?ยกวัตร? อเถโก ภิกฺขุ ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา ฯเปฯ สมคฺเค กาตํ อสกิขิ (โกสมฺพิกวตฺถุ หน้า ๕๐-๕๒) ๘. ?ช้างลงท่า? โส ตาย อากิณฺณวิหารตาย ฯเปฯ สพฺพวตฺตานิ กโรติ. (โกสมฺพิกวตฺถุ หน้า ๕๒-๕๔) ๙. ?ช้างร้องไห้? โส หิ สตฺถารํ นิวตฺเตตุง ฯเปฯ อยเมตฺถ อตฺโถติ. (โกสมฺพิกวตฺถุ หน้า ๕๘-๖๐) ๑๐. ?ปูอาสนะ? อเถกา กุลธีตา ฯเปฯ อุฏฺฐาย อคมํสุ. (จุลฺลกาลมหากาลวตฺถุ หน้า ๖๔-๖๖) ๑๑. ?เทวทัตต์เล็ก? เอกสฺมึ หิ สมเย ฯเปฯ เทวทตฺตวตฺถุ. (เทวทตฺตวตฺถุ หน้า ๗๐-๗๕) ๑๒. ?พุทธดำเนิน? สตฺถา หิ ปวตฺติตปวรธมิจกฺโก ฯเปฯ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺติสฺสามีติ. (นนฺทตฺเถรวตฺถุ หน้า ๑๐๕-๑๐๙) ๑๓. ?นันทะกระสัน? อถโข ภควา อายสมนฺตํ ฯเปฯ สุขทุกเข น เวธตีติ. (นนฺทตฺเถรวตฺถุ หน้า ๑๐๙-๑๑๒) ๑๔. ?เทวทัตต์ตัดงา? เทวทตฺโตปิ โข นว มาเส ฯเปฯ จุลฺลธมฺมปาลชาตกญฺจ กเถสิ. (เทวทตฺตวตฺถุ หน้า ๑๓๖-๑๓๙) ๑๕. ?ไก่ปรบปีก-โคโป? สตฺถา สาธุ สาธูติ ฯเปฯ กูฏํ คณฺหีติ. (เทวสหายกภิกฺขุวตฺถุ หน้า ๑๔๖-๑๔๘)
|






